รมยาแล้ว แมลงกลับมาได้อย่างไร? เข้าใจปัญหา Re-infestation หรือการเข้าทำลายซ้ำหลังการรมยา
รมยาแล้ว แมลงกลับมาได้อย่างไร? เข้าใจปัญหา Re-infestation หรือการเข้าทำลายซ้ำหลังการรมยา

การรมยา (Fumigation) เป็นวิธีกำจัดแมลงที่มีประสิทธิภาพสูง เพราะก๊าซสามารถแทรกซึมเข้าสู่กองสินค้าและควบคุมแมลงได้ทุกระยะการเจริญเติบโต ตั้งแต่ไข่ ตัวอ่อน ดักแด้ ไปจนถึงตัวเต็มวัย จึงนิยมใช้ในสินค้าเกษตร อาหารแห้ง คลังสินค้า ไซโล และตู้สินค้าส่งออกอย่างแพร่หลาย

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการหลายแห่งอาจเคยพบปัญหาว่า แม้จะดำเนินการรมยาอย่างถูกต้อง ตรวจวัดความเข้มข้นของก๊าซ และตรวจเช็กจนมั่นใจว่าแมลงตายสนิทแล้ว แต่กลับพบแมลงในสินค้าอีกครั้งหลังจากนั้นไม่นาน

กรณีนี้ไม่ได้หมายความว่าการรมยาล้มเหลว แต่อาจเกิดจากสิ่งที่เรียกว่า "Re-infestation" หรือ "การเข้าทำลายซ้ำของแมลงหลังการรมยา"

 

Re-infestation คืออะไร?

Re-infestation คือ การที่แมลงจากภายนอกเข้ามาปนเปื้อนหรือเข้าทำลายสินค้าอีกครั้ง หลังจากกระบวนการรมยาเสร็จสิ้นและเปิดตู้หรือคลังสินค้าแล้ว กล่าวคือ แมลงที่พบภายหลังไม่ได้เป็นแมลงชุดเดิมที่รอดจากการรมยา แต่เป็นแมลงชุดใหม่ที่เข้ามาในภายหลัง

 

รมยากำจัดแมลงได้ แต่ไม่ได้ป้องกันแมลงในอนาคต

สารรมยาทุกประเภท (ไม่ว่าจะเป็น Phosphine, Methyl Bromide หรือก๊าซ CO2) มีหน้าที่หลักคือการกำจัดแมลงที่อยู่ในสินค้า ณ เวลานั้น เมื่อกระบวนการรมยาเสร็จสิ้นและมีการระบายก๊าซออกจนอยู่ในระดับที่ปลอดภัยแล้ว จะไม่เหลือสารออกฤทธิ์ตกค้างอยู่เพื่อทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันหรือขับไล่แมลงตัวใหม่ นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมสินค้าที่ผ่านการรมยาแล้ว ยังสามารถเกิด Re-infestation ได้ หากไม่มีมาตรการจัดการคลังสินค้าและการป้องกันการปนเปื้อนซ้ำที่เหมาะสม

 

5 สาเหตุหลักที่ทำให้เกิด Re-infestation

1. มีแหล่งอาศัยของแมลงหลงเหลืออยู่ในคลัง: แมลงศัตรูพืชมักแอบซ่อนอยู่ตามรอยแตก มุมอับ หรือบริเวณที่มีเศษสินค้าสะสม เช่น ฝุ่นแป้ง เศษข้าวหรือธัญพืชที่สะสมตามพื้นหรือเครื่องจักรที่ทำความสะอาดได้ยาก

2. จัดเก็บสินค้าใหม่ปะปนกับสินค้าที่ผ่านการรมยาแล้ว: การนำสินค้าใหม่ที่เพิ่งรับเข้าที่อาจมีการปนเปื้อนแมลงอยู่ก่อน มาจัดเก็บใกล้หรือรวมกับสินค้าที่เพิ่งผ่านการรมยา จะทำให้แมลงแพร่กระจายและเข้าทำลายที่สินค้าผ่านการรมยาแล้วได้

3. แมลงจากภายนอกอาคารเข้ามาปนเปื้อน: แมลงศัตรูโรงเก็บหลายชนิดสามารถบินหรือเคลื่อนที่จากภายนอกเข้าสู่พื้นที่จัดเก็บได้ โดยเฉพาะคลังสินค้าที่เปิด-ปิดประตูบ่อย, มีช่องว่างบริเวณผนัง หลังคา หรือประตู และไม่มีระบบป้องกันแมลงที่เหมาะสม

4. การจัดเก็บสินค้าเป็นเวลานานโดยไม่มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม: เนื่องจากการรมยาไม่ใช่การป้องกันแมลงถาวร ดังนั้นหากสินค้าถูกจัดเก็บเป็นเวลานานโดยไม่มีมาตรการป้องกันหรือเฝ้าระวังที่เหมาะสม ความเสี่ยงในการเกิด Re-infestation ก็จะยิ่งสูงขึ้น

5. ตู้คอนเทนเนอร์มีรอยรั่วหรือมีสิ่งปนเปื้อนตกค้างจากการใช้งานครั้งก่อน: ในกรณีงานส่งออก หากตู้สินค้าที่นำมาใช้มีรอยรั่ว หรือเป็นตู้ที่มีความสกปรก มีเศษพืช ฝุ่นแป้ง หรือไข่แมลงจากสินค้าล็อตก่อนหน้าตกค้างอยู่ แมลงเหล่านั้นก็สามารถเข้าทำลายสินค้าใหม่ของเราได้ทันที

 

แนวทางป้องกัน Re-infestation อย่างมีประสิทธิภาพ

การรมยาเป็นเครื่องมือสำคัญในการกำจัดแมลง แต่การป้องกันการเข้าทำลายซ้ำจำเป็นต้องอาศัยมาตรการอื่นร่วมด้วย ได้แก่

● รักษาความสะอาดของคลังสินค้าอย่างสม่ำเสมอ

● กำจัดเศษสินค้าตกค้างและแหล่งสะสมของแมลง

● แยกพื้นที่จัดเก็บสินค้าที่ผ่านการรมยาแล้วออกจากสินค้าใหม่

● ตรวจติดตามแมลงด้วยระบบ Monitoring หรือกับดักแมลง

● ตรวจสอบช่องทางที่แมลงสามารถเข้ามาภายในอาคารได้

● ตรวจประเมินสภาพคลังสินค้าเป็นประจำ

● ตรวจเช็กสภาพตู้คอนเทนเนอร์ (Container inspection) อย่างเข้มงวด ก่อนทำการโหลดสินค้า

 

การป้องกัน Re-infestation เริ่มต้นตั้งแต่หลังการรมยา

การควบคุมแมลงที่มีประสิทธิภาพไม่ได้จบลงเมื่อกระบวนการรมยาเสร็จสิ้น แต่ยังรวมถึงการจัดการคลังสินค้า การตรวจสอบสภาพตู้คอนเทนเนอร์ และการเฝ้าระวังการปนเปื้อนซ้ำอย่างต่อเนื่อง

SGT Service พร้อมให้คำปรึกษาด้านการรมยา การตรวจสอบสภาพตู้คอนเทนเนอร์ (Container Inspection) และแนวทางป้องกัน Re-infestation เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการจัดเก็บและการส่งออกสินค้า

☎ โทร: 0-2348-3355-9, 0-2105-4510

✉ อีเมล: [email protected], [email protected]